บทความ

ข้อแนะนำในการขอรับใบอนุญาตนำเข้าของ สมอ

ข้อแนะนำในการขอรับใบอนุญาตนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (ตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511) 1. การยื่นคำขอฯ 1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องกรอกรายละเอียดในแบบ มอ.5  (สามารถขอรับแบบ มอ.5 ได้ที่ สมอ. หรือ ดาวน์ โหลดได้จากเว็บไซต์ของ สมอ. www.tisi.go.th ) โดยพิมพ์สำหรับเป็นต้นฉบับ 1 ชุด สำเนาคู่ฉบับ 1 ชุด และสำเนา 1 ชุด รวม 3 ชุด (สำเนาจะคืนให้ผู้ขอรับใบอนุญาตเก็บเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอไว้แล้ว) ให้เรียบร้อยก่อนนำมายื่นต่อเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งหลักฐานเอกสารสำคัญของผู้ยื่นคำขอฯ (ดูรายละเอียดได้ จากคำชี้แจงที่แนบมากับแบบประกอบคำขอฯ หรือจากเว็บไซต์ของ สมอ.) และเอกสารแสดงวิธีการ ควบคุมคุณภาพของผู้ผลิต 2. การจัดเตรียมเอกสารเพื่อการประเมินระบบการควบคุมคุณภาพของผู้ผลิตในต่างประเทศ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องส่งเอกสารที่แสดงถึงวิธีการควบคุมคุณภาพของโรงงานผู้ผลิตในต่างประเทศ ตาม หัวข้อกิจกรรมที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์เฉพาะในการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์  โดยเอกสารที่ยื่นจะต้อง สามารถแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดของกิจกรรมตามหัวข้อดังกล่าว ที่ได้กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ทั่วไปใน การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้วย      และมีการรับรองสำเนาถูกต้องกำกับไว้  โดยผู้มีอำนาจลงนามตาม กฎหมาย   หากการตรวจเอกสารยังไม่พอเพียง       สมอ. […]

การขอใบอนุญาต สมอ (สำนักงานมาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม)

การขอใบอนุญาต สมอ (สำนักงานมาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) a. การยื่นคำขอ b. ขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติราชการ a. การยื่นคำขอ ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาต ให้นำผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ที่มีพระราชกฤษฏีกากำหนดให้ ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เข้ามาเพื่อจำหน่าย ในราชอาณาจักร ให้ดำเนินการดังนี้ 1 ติดต่อขอรับแบบคำขอ (แบบ มอ.5) ได้ที่ สำนักบริหารมาตรฐาน 1,2,3 สำนักงานมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 2 ยื่นคำขอ พร้อมเอกสาร และหลักฐาน ดังนี้ 2.1 ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม จำนวน 1 ชุด หรือ ภาพ หรือคำชี้แจง ลักษณะโดยละเอียด ของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จำนวน 2 ชุดในกรณีที่ยื่นคำขอ หลังจากพระราชกฤษฏีกา […]

ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า CO สภาหอการค้าไทย

Certificate of Origin สภาหอการค้าไทย หอการค้าไทย เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจให้ การรับรองเอกสารแสดงแหล่งกำเนิดสินค้า  (Certificate of Origin)   ในรูปแบบทั่วไป  (CO General Form) ซึ่งเป็นหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆทางภาษีศุลกากร  แต่เป็นความต้องการของประเทศผู้นำเข้า  เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บสถิติการค้าระหว่างประเทศ  หรือป้องกันการนำเข้าสินค้า  จากประเทศคู่กรณีที่มีปัญหา    ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างกัน  หรือเป็นไปตามมติของสหประชาชาติที่ให้คว่ำบาตรประเทศใดประเทศหนึ่งเพื่อลงโทษ   ให้เป็นไปตามมาตรการปกป้องทางการค้าของประเทศหนึ่งเพื่อลงโทษให้เป็นไปตามมาตรการปกป้องทางการค้าของประเทศตน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสงค์จะยื่นขอรับรองเอกสารแสดงถิ่นกำเนิดของสินค้าส่งออก หรือเอกสารทางการค้าอื่น ๆ   หอการค้าไทยจึงได้กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการปฏิบัติในการยื่นขอรับรองเอกสาร ดังนี้ 1.1. ขึ้นทะเบียนบัตรตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามเอกสาร ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะยื่นขอรับรองเอกสารถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin)หรือเอกสารเพื่อการส่งออกอื่นๆ กรณีติดต่อหอการค้าไทยเป็นครั้งแรก จะต้องขึ้นทะเบียนขอมีบัตรตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามในเอกสาร(ขอแบบฟอร์มเอกสารพร้อมคำแนะนำและส่งเอกสารคืนได้ที่เคาน์เตอร์ของศูนย์ต่างๆ ) – บัตรที่ลงลายมือชื่อ และประทับตราสำคัญของบริษัทหรือหน่วยงาน(ถ้ามี)พร้อมทั้งลายมือชื่อผู้มีอำนาจผูกพันที่ให้ความเห็นชอบแล้วจะถูกส่งไปยังสาขาที่ให้บริการเพื่อใช้อ้างอิงตรวจสอบต่อไป การทำบัตร/ต่ออายุบัตร/แก้ไขปรับปรุงบัตรตัวอย่างลายมือชื่อ จะต้องแนบพร้อมเอกสารประกอบอื่น ดังนี้ ก. บริษัท บริษัทจำกัดมหาชน ห้างหุ้นส่วนจำกัด 1. สำเนาหนังสือรับรองพร้อมวัตถุที่ประสงค์ (ห้างหุ้นส่วน/บริษัท) หรือ ใบทะเบียนพาณิชย์ ซึ่งออกให้ไม่เกิน 6 เดือน […]

ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า CO กรมการค้าต่างประเทศ

ประเภทของหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าทั่วไป (Ordinary Certificate of Origin) และหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบพิเศษ (Preferential Certificate of Origin) 1.    หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าทั่วไป (Ordinary Certificate of Origin) คือเอกสารที่ใช้เพื่อยืนยันกับผู้ซื้อว่า สินค้าที่ส่งออกไปนั้น ประกอบด้วยวัตถุดิบภายในประเทศ มีการผลิต หรือผ่านขั้นตอนกระบวนการผลิตภายในประเทศไทย 2.    หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบพิเศษ (Preferential Certificate of Origin) คือเอกสารที่ใช้เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ โดยทำให้ผู้ซื้อสามารถมีสิทธิพิเศษทางภาษีอากร ในการนำเข้าสินค้านั้นๆ ตามหลักเกณฑ์เงื่อนๆไขของแต่ละความตกลง ดังนี้ 1)    ฟอร์ม A (Certificate of Origin Form A) ออกให้สำหรับสินค้านำเข้าที่ได้สิทธิ์ อัตราภาษีพิเศษ ตามเงื่อนไข GSP ที่อนุญาตโดยกลุ่มประเทศ และประเทศต่างๆ ได้แก่ […]

สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร

การชดเชยค่าภาษีอากร เป็นมาตราการช่วยเหลือทางภาษีอากรของรัฐ เพื่อลดต้นทุนการผลิตทำให้สามารถส่งสินค้าไปขายแข่งขันกับสินค้าของต่างประเทศ ทั้งในตลาดโลกและตลาดในประเทศได้ในกรณีที่การขายนั้นถือเป็นการส่งออกตามกฎหมาย ทั้งนี้ การจ่ายเงินดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร พ.ศ.2524 การชดเชยค่าภาษีอากร หมายถึง การที่รัฐจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ส่งของออกในรูปของบัตรภาษี สำหรับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ซึ่งครอบคลุมถึงการขายสินค้าภายในประเทศให้แก่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจตามโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศและครอบคลุมถึงการขายสินค้าให้แก่องค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานที่มีสิทธิ์นำสินค้าเข้ามาโดยได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร เป็นการทดแทนค่าภาษีอากร ที่ผู้ผลิตได้เสียไปในทุกขั้น ตอนของการผลิตอันได้แก่ บรรดาภาษีอากรที่มีอยู่ในมูลค่าของวัสดุ อุปกรณ์ อะไหล่ เครื่องจักร เชื้อเพลิง พลังงานอย่างอื่นที่ใช้ในการผลิตสินค้า แต่ไม่รวมถึงภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง ภาษีอากรที่อาจขอคืนได้ตามกฎหมายอื่นแล้ว ภาษีอากรส่วนท้องถิ่นและภาษีอากรตามที่คณะกรรมการพิจารณาชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักรกำหนด การจ่ายเงินชดเชยค่าภาษีอากร ให้พิจารณาจ่ายตามอัตราเงินชดเชยที่กำหนด ตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร group

เขตการค้าเสรีอาเซียน AFTA

เขตการค้าเสรีอาเซียน AFTA อาเซียน (ASEAN) คือสมาคมประชาชาติแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีประเทศสมาชิกเดิม 6 ประเทศ ประกอบด้วย บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และประเทศสมาชิกใหม่ 4 ประเทศ ประกอบด้วย เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา ประเทศสมาชิกเดิม 6 ประเทศ จะลดภาษีนำเข้าในบัญชีรายการลดภาษี ภายใต้ CEPT เหลืออัตราร้อยละ 0-5 ภายในปี 2546 และจะเป็น 0 ในปี 2553 ประเทศสมาชิกใหม่ 4 ประเทศ จะลดภาษีนำเข้าในบัญชีรายการลดภาษี ภายใต้ CEPT เหลืออัตราร้อยละ 0-5 โดยเวียดนาม ในปี 2549 ลาวและพม่า ในปี 2551 กัมพูชาในปี 2553 และจะเป็น 0 […]

เขตการค้าเสรี FTA

  FTA ย่อมาจาก Free Trade Area หรือเขตการค้าเสรี  เป็นการทำความตกลงทางการค้าของประเทศ  อาจเป็น 2 ประเทศ (ทวิภาคี) หรือเป็นกลุ่มประเทศ (พหุภาคี) ที่จะร่วมมือขจัดอุปสรรคทางการค้าทั้งที่เป็นภาษีศุลกากรและไม่ใช่ภาษีศุลกากร   1. ความเป็นมาของเขตการค้าเสรี  แนวคิดของการมีนโยบายการค้าเสรี คือประเทศจะเลือกผลิตสินค้าที่ตนเองถนัด และมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด คือจะผลิตสินค้าที่คิดว่าประเทศตนได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ(Comparative Advantage) มากที่สุด แล้วนำสินค้าที่ผลิตได้นี้ไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าที่ประเทศตนไม่ถนัด หรือเสียเปรียบ โดยแลกเปลี่ยนสินค้ากับประเทศอื่นที่ผลิตสินค้าแล้วได้เปรียบ ดังนั้นประเทศทั้งสองก็จะทำการค้าต่อกันได้ โดยต่างฝ่ายต่างสมประโยชน์กัน (Win-Win Situation)   นโยบายการค้าเสรีมีดังนี้ การผลิตตามหลักการแบ่งงานกันทำ  เลือกผลิตสินค้าที่มีต้นทุนการผลิตต่ำและประเทศมีศักยภาพในการผลิตสินค้านั้นสูง ไม่เก็บภาษีคุ้มกัน (Protective Duty) เพื่อคุ้มครองหรือปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ ไม่ให้สิทธิพิเศษหรือกีดกันสินค้าของประเทศใดประเทศหนึ่ง เรียกเก็บภาษีในอัตราเดียวและให้ความเป็นธรรมแก่สินค้าของทุกประเทศเท่ากัน ไม่มีข้อจำกัดทางการค้า(Trade Restriction) ที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศไม่มีการควบคุมการนำเข้าหรือการส่งออกที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศ ยกเว้นการควบคุมสินค้าบางอย่างที่เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยและเป็นอันตรายต่อมนุษย์และ สินค้าที่เกี่ยวด้วยศีลธรรมจรรยาหรือความมั่นคงของประเทศ   2. ความหมายของเขตการค้าเสรี  เขตการค้าเสรี หมายถึง การวมกลุ่มเศรษฐกิจโดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาษีศุลกากรระหว่างกันภายในกลุ่ม  ที่ทำข้อตกลงให้เหลือน้อยที่สุดหรือเป็น 0% และใช้อัตราภาษีปกติที่สูงกว่ากับประเทศนอกกลุ่มการทำเขตการค้าเสรีในอดีตมุ่งในด้านการเปิดเสรีด้านสินค้า […]

การสอบถามพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า

การสอบถามพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า การสอบถามพิกัดล่วงหน้าเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นบริการหนึ่งที่กรมศุลกากรเปิดช่องทางไว้ให้ผู้ประกอบการได้ทำหนังสือสอบถามพิกัดฯล่วงหน้ายื่นต่อกรมฯ แนวทางเบื้องต้นกำหนดให้กรมศุลกากรดำเนินการตามที่กฎหมายและข้อบังคับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้บัญญัติไว้ ได้แก่การกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรสำหรับของ ดังนั้นผู้ประกอบการที่ต้องการค้นหาพิกัดฯของของสามารถสอบถามพิกัดฯล่วงหน้าได้โดยติดต่อกับกรมศุลกากร   ผู้ประกอบการควรยื่นคำขอสอบถามพิกัดล่วงหน้าตามแบบที่กำหนดอย่างน้อย 30 วันก่อนวันที่คาดว่าของจะนำเข้ามาในราชอาณาจักร นอกจากนี้ คำขอฯนั้นควรประกอบไปด้วยข้อมูลเพิ่มเติมหากมีการร้องขอจากกรมศุลกากร ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการเองในการยื่นข้อมูลที่ครบถ้วน สมบูรณ์และถูกต้อง หากการยื่นข้อมูลเพิ่มเติมดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่กำหนด หรือไม่ครบถ้วน อาจเป็นผลทำให้การชี้พิกัดฯต้องล่าช้า หรือพิกัดฯที่ชี้ไปนั้นไม่สามารถนำมาใช้ได้ถูกต้องตรงกันกับของที่ขอสอบถามพิกัดฯล่วงหน้า

ของต้องห้ามและของต้องจำกัด

ของต้องห้ามและของต้องจำกัด ของต้องห้าม ของที่มีกฎหมายกำหนดห้ามนำเข้ามาหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรโดยเด็ดขาด วัตถุลามก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบหนังสือ ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งที่พิมพ์ขึ้น รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย และภาพยนตร์ลามกหรือวัตถุลามกอื่น ๆ สินค้าที่มีตราหรือลวดลายเป็นรูปธงชาติ ยาเสพติดให้โทษ เงินตรา พันธบัตร ใบสำคัญรับดอกเบี้ยพันธบัตรอันเป็นของปลอมหรือแปลงเหรียญกษาปณ์ที่ทำให้น้ำหนักลดลงโดยทุจริต ดวงตราแผ่นดิน รอยตราแผ่นดินหรือพระปรมาภิไธย ดวงตราหรือรอยตราของทางราชการอันเป็นของปลอม สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น แถบบันทึกเสียง (เทปเพลง) แผ่นบันทึกเสียง (คอมแพคดิสก์) แถบบันทึกภาพ (วีดีโอเทป) โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หนังสือ หรือสินค้าอื่นใดที่ทำซ้ำหรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่น สินค้าปลอมแปลงหรือเลียนแบบเครื่องหมายการค้า ของที่มีการแสดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จ ตามพระราชบัญญัติห้ามนำของที่มีการแสดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2481 ของต้องกำกัด สินค้าที่มีกฎหมายกำหนดว่าหากจะมีการนำเข้า-ส่งออกหรือผ่านราชอาณาจักรจะต้องได้รับอนุญาตหรือปฏิบัติให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายนั้น ๆ การนำเข้ายาจะต้องขอใบอนุญาตจากองค์การอาหารและยากระทรวงสาธารณสุข การนำเข้าหรือส่งออกโบราณวัตถุหรือวัตถุของงานศิลปะไม่ว่าจะจดทะเบียนแล้วหรือไม่ก็ตาม จะต้องได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากร การนำเข้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน จะต้องได้รับการอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทย ส่วนอาวุธชนิดอื่นๆ เช่น เครื่องช็อตไฟฟ้า จำเป็นที่จะต้องแจ้งก่อนนำเข้า […]

การนำเข้าของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้ว

การนำเข้าของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้ว ชาวไทยที่อยู่ต่างประเทศเกินกว่า 1ปี ที่ไม่ได้อยู่เพื่อการท่องเที่ยว มีสิทธิ์นำเข้าของใช้ในบ้านเรือนโดยปราศจากภาระภาษีอากร นอกจากนี้ชาวต่างประเทศที่ย้ายภูมิลำเนามายังประเทศไทยอาจนำเข้าของใช้ใน บ้านเรือนโดยปราศจากภาระภาษีอากรเช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานะดังจะแสดงด้านล่างนี้ คำว่า “ของใช้ในบ้านเรือน” รวมถึงสินค้าทุกชนิดที่จำเป็นจะมีไว้ในบ้านเรือน เช่น เฟอร์นิเจอร์ พรม หนังสือ เครื่องดนตรี ภาพวาด เครื่องครัว วิทยุ ผ้าลินิน และของตกแต่งบ้าน เป็นต้น ผู้นำเข้าต้องเป็นเจ้าของ ครอบครอง และใช้ของใช้เหล่านี้ก่อนกลับประเทศไทยเพื่อได้รับสิทธิในการนำเข้าโดย ปราศจากภาระภาษีอากร ความเป็นเจ้าของ การครอบครอง และการใช้งานเป็น 3 เงื่อนไขสำคัญในเรื่องนี้ ตัวอย่างเช่น หากของเหล่านี้มีการโอน และครอบครอง โดยไม่ได้ใช้งาน ผู้นำเข้าต้องชำระค่าภาษีอากร ของใช้ส่วนตัวที่เจ้าของนำติดตัวมาด้วยขณะเดินทางเข้าหรือออกจากประเทศ ไทยรวมทั้งสินค้าอื่นๆที่ใช้หรือจะใช้เพื่อการค้าไม่ถือว่าเป็นของใช้ในบ้าน เรือนที่ใช้แล้วและไม่สามารถนำเข้าโดยปราศจากภาระภาษีอากรได้ หมายเหตุ: ยานพาหนะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบ ไม่จัดอยู่ในกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นภาษีอากร